วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

วิธีคลายเครียด10วิธี

แนะนำ 10วิธีคลายเครียดที่น่ารู้" เราได้ให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่มีประโยชน์มาหลายสัปดาห์แล้วนะคะ พักเรื่องอาหารกันสักนิด วันนี้มีวิธีที่จะคลายความเครียดมาแนะนำเพื่อให้เรามีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ดีไหมคะ1. ออกกำลังกาย -- ใครๆก็พูดได้ว่าออกกำลังกายซิ แต่น้อยคนนักที่จะทำให้เป็นกิจวัตร ได้ เนื่องจากไม่มีเวลา ไม่สะดวกเรื่องการเดินทาง ตื่นเช้าไม่ไหว อุปกรณ์แพง ฯลฯ ความจริงแล้วคุณควรจะหาเวลาของแต่ละวันอย่างน้อย 30 นาที ในการออกกำลังกาย โดยเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับคุณที่สุด ถ้าคุณไม่ต้องการสิ้นเปลืองกับค่าอุปกรณ์ คุณก็น่าจะเลือกการวิ่งหรือเดิน หากเป็นสูงอายุหรือเป็นผู้ที่ไม่ต้องการการกระแทก ว่ายน้ำ,โยคะ, ไทชิ ,หรือ พาลาทีส์ ก็อินเทรนน์ ไม่เลวนะคะ หากอยากมีแรงจูงใจในการออกกำลังกาย ขอแนะนำกีฬาที่เล่นเป็นหมู่คณะอันได้แก่ แบตมินตัน กอลฟ์ ฟุตบอล หรือ เทนนิสที่กำลังฮิตอยู่ในขณะนี้ กีฬาจะทำให้เราได้ระบายออกซึ่งแรงขับของจิตใจในด้านต่างๆ เช่น ความคับข้องใจ ความโกรธ ความเสียใจ ไม่พอใจ แถมยังได้สารสื่อความสุขหรือสารเอนโดฟินกลับมาด้วยแล้วคุณก็จะรู้สึกสดชื่นและหลับสบายอีกด้วยค่ะ

2. พูดระบายความเครียด -- พูดค่ะ ระบายความเครียดออกมาเลย แต่ต้องเลือกบุคคลที่คุณคิดว่า ปลอดภัย หวังดี ไม่มีพิษภัยกับตัวคุณ และควรมีความอดทนสูงในการฟัง หรือถ้าหาไม่ได้ก็นี่เลยค่ะ สัตว์เลี้ยงต่างๆไม่ว่าจะเป็น หมา แมว ปลาทอง จิ้งจก แมลงต่างๆก็ได้ ระบายให้มันฟัง (แต่อย่าลืมปิดประตูลงกลอนด้วย มิเช่นนั้น คนอื่นมาพบเข้าจะหาว่าคุณบ้าพูดคนเดียว) เพราะเวลาที่เราได้ระบายออก เท่ากับเราได้ทบทวนตัวเองไปด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการให้คำปรึกษาแนะนำทางโทรศัพท์จากหน่วยงานต่างๆ ให้บริการด้วยค่ะ

3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ -- การนอนหลับพักผ่อนช่วยให้คุณสดชื่นขึ้นได้มาก เหมือนได้ชาร์จแบตเตอรี่ในร่างกายใหม่ แต่ควรเตรียมความพร้อมในการนอนหน่อยนะค่ะ โดยเลือกสถานที่และเครื่องนอนสะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก อุณหภูมิพอเหมาะ มีเสียงหรือแสงที่รบกวนคุณไม่มากนัก โดยกำหนดจิตใจก่อนนอนว่า ให้เราสดชื่น ผ่อนคลาย เอาเรื่องเครียดปัญหาต่างๆ วางไว้นอกตัว ไม่เอามาคิดตอนนอน แล้วหลับโลดค่ะ

ี4. อาหารคลายเครียด -- กลับมาเรื่องอาหารกันซักนิด อย่างที่เคยบอกไปแล้วนะคะว่าอาหารสามารถลดความเครียดของคุณได้ด้วย วันนี้จะมาย้ำอีกครั้งนะคะ อาหารที่ช่วยคลายเครียดให้คุณได้อย่างดี ได้แก่ 1.- ทริปโตฟาน (1-2 กรัม ก่อนนอน) พบได้ใน ไข่ ถั่วเหลือง นมวัว เนื้อสัตว์2.- วิตามินบี 6 (40 มิลลิกรัมต่อวัน) พบในธัญพืชต่างๆ ยีสต์ รำข้าว เครื่องใน เนื้อ ถั่ว ผัก 3.- วิตามินบี 3 (1,000 มิลลิกรัมต่อวัน) พบใน ตับ เครื่องใน เนื้อ เป็ด ไก่ ปลา ถั่ว ยีสต์ 3.- สารอาหารอื่นๆ เช่น แคลเซียม กระเทียม ดอกไม้จีน

5. พักผ่อนท่องเที่ยว -- ข้อนี้ขอ Confirm ว่าจริงค่ะ เพราะคนเราก็เหมือนเครื่องยนต์ ต้องการช่วงพักไปทำการ reboot ใหม่ การที่ได้ไปท่องเที่ยวเห็นบรรยากาศทิวทัศน์สวยงามแปลกหูแปลกตา ไปเจอผู้คน ก็ช่วยกระตุ้นมุมมองชีวิตใหม่ๆ ฝรั่งเขาถึงมีช่วงพักร้อนยาว และให้ความสำคัญอย่างมาก วางแผนล่วงหน้ายาวทีเดียว เมื่อถึงเวลาก็ไปพักผ่อนทันที เมื่อกลับมาจากการท่องเที่ยวแล้ว คุณก็จะกลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ


6. ดนตรีคลายเครียด -- หลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับการรักษาโรคด้วยดนตรีหรือดนตรีบำบัดมาแล้วนะคะ ทั้งนี้ก็เพราะดนตรีช่วยทำให้คุณอารมณ์เยือกเย็นลง ผ่อนคลาย ใจสงบ ดนตรีบำบัดมีทั้งเพลงบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีชนิดเดียวหรือหลายชนิด เพลงที่มีเสียงคลื่นทะเล เสียงนก เสียงน้ำไหล ฯลฯ หากคุณได้ปิดไฟ จุดเทียน และฟังเพลงเบาๆ หลังจากนั้นก็หลับไปแล้วละก็ ตื่นขึ้นมาน่าจะสดใสหายเครียดได้เยอะเลยล่ะค่ะ


7. กลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปี -- วิธีต้องแนะนำไว้ด้วย เดี๋ยวout ค่ะ กลิ่นเป็นอีกสิ่งหนึ่งของการรับรู้ทางสัมผัสที่สื่อถึงอารมณ์และความรู้สึกได้ดี คุณอาจลองจุดธูปหอมกลิ่นที่สดชื่น หรือหยดน้ำมันหอมระเหย ในขณะนอนหรือทำงานเพื่อผ่อนคลายไปด้วย หรือจะแช่น้ำอุ่นๆ ก็ไม่เลวคะ กลิ่นที่เหมาะสมแล้วแต่ชอบและรู้สึกผ่อนคลาย โดยเลือกจากการดมว่ากลิ่นไหนทำให้รู้สึกดี ให้พลัง หรือช่วยผ่อนคลาย กลิ่นที่น่าสนใจ เช่น กลิ่นไม้จันทน์หอม กลิ่นกำยาน สำหรับผ่อนคลาย กลิ่นการบูน กลิ่นส้ม กลิ่นมะนาว สำหรับสร้างความสดชื่น

8. ฝึกหายใจคลายเครียด -- การหายใจช่วยนำอากาศบริสุทธิ์ เข้าสู่ปอด แล้วเดินทางสู่สมองไปตลอดทั่วร่างกาย ลองหายใจโดยการหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ สังเกตว่ากระบังลมขยายออก ท้องป่องออก จากนั้นค่อยๆ หายใจออกช้าๆ ไล่ลมให้ออกมากที่สุด ตอนนี้กระบังลมคุณจะหดสั้นลง ท้องจะแฟบ ถ้าช่วงแรกไม่ถนัดก็เอามือแตะท้องเพื่อปรับและเข้าใจสภาพป่องแฟบของท้องจากการหายใจก่อนแล้วฝึกไปเรื่อยๆ


9. ฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ -- โดยนำเอาหลักการฝึกหายใจมาประยุกต์ใช้ร่วมด้วย เริ่มด้วยการนั่งหรือนอนในท่าสบายๆ จากนั้นค่อยๆ เกร็งกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ขึ้นมาโดยอาจไล่จากปลายเท้า ข้อเท้า น่อง ต้นขา ลำตัว แขน มือ นิ้ว ไหล่ คอ ศีรษะ และใบหน้า เกร็งไว้สักอึดใจหนึ่ง จากนั้นค่อยๆ ผ่อนคลายย้อนกลับไปโดยเริ่มจากใบหน้า จนถึงปลายเท้า คุณสามารถใช้การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อในยามที่รู้สึกตึงเครียด อึดอัด ไม่สบายใจ หรือแม้แต่ยามที่คุณต้องการให้สมาธิกลับคืน

10.คลายเครียดด้วยการนวด -- ปัจจุบันมีคนสนใจการนวดอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น นวดแผนไทย นวดเท้า นวดน้ำมัน นวดรักษาโรคเฉพาะที่ ทำให้มีสถาน บริการเกี่ยวกับการนวดหรือ Spa เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด การนวดเป็นการผ่อนคายกล้ามเนื้อและทำให้เลือดลมสูบฉีด ทำให้ผู้ที่ถูกนวดรู้สึกผ่อนคลายและสบายมากยิ่งขึ้น การนวดน้ำมันยังทำให้มีผิวพรรณที่ดีอีกด้วย ทางออกของความเครียดยังมีอีกมากมายค่ะ แต่10วิธีที่แนะนำนี้เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ปลอดภัยด้วยวิธีธรรมชาติค่ะ ความเครียดเป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้ สิ่งที่คุณทำได้คือ มีสติ หากรู้ว่าตัวเองเริ่มเครียดแล้วก็ต้องหยุดแล้วลองใช้10วิธีที่แนะนำมาใช้นะคะ

กุหลาบขาว เป็นความรักแบบบริสุทธิ์ใจ ไม่มีสิ่งใดแอบแฝง คุณคือสวรรค์และมีค่าสำหรับผม





กุหลาบสีชมพู หมายถึงความอ่อนโยนและมีความสุขทุกครั้งที่อยู่กับคุณ แต่ถ้าเป็นสีชมพูเข้ม จะออกไปในแนวแสดงความขอบคุณมากกว่า แต่ถ้าเป็นสีชมพูอ่อนๆ ให้ความหวังแค่ชอบๆ เท่านั้น




กุหลาบสีส้ม ไม่ใช่แค่รัก แต่ผมยังหลงคุณอีกด้วย





กุหลาบแดงสลับขาว บอกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของสองเรา




กุหลาบเหลืองสลับส้ม ให้รู้กันไปเลยว่าคุณหลงไหลเขาหรือเธอมาก



-->
ที่มา: ข้อมูลจาก บทความ วิถีทั้ง 9 แห่งการคลายเครียด ของ นพ. พนมทวน ชูแสงทอง

สิวหายภายใน1วัน

ส่วนผสม
น้ำมะนาวสด
น้ำกระเทียมคั้นวิธีทำ
1. นำน้ำมะนาวสดและน้ำกระเทียมมาผสมกัน
2. แล้วทาในบริเวณที่เป็นสิว พอรุ่งขึ้นสิวก็จะหายไป...ลองทำดูนะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

เรื่องน่ารู้ของวัยรุ่น

การศึกษาสมองเด็กและวัยรุ่นโดยเทคโนโลยีล่าสุด (Functional magnetic resonance imaging- fMRI) พบว่า กว่าที่สมองของคนเราจะเติบโตเต็มที่ จะต้องมีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป สมองของวัยรุ่นไม่เพียงยังไม่เติบโตเต็มที่ แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่
เด็กอายุ 6 ขวบมีขนาดสมองประมาณ 90-95 % ของผู้ใหญ่ ช่วงเวลาจากวัย 6 ถึง 12 ปี (เฉลี่ย ผู้หญิง 11 ปี ผู้ชาย 12 1/2 ปี) จะเป็นการแตกกิ่งก้านสาขาที่เชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมองด้วยกัน หลังจากนั้น คือ ในช่วงวัยรุ่น จะเป็นช่วงเวลาของการตัดแต่งเส้นใยประสาท ส่วนที่ไม่ใช้จะสลายตัวไป ส่วนที่ใช้จะมีเส้นใยที่หนาขึ้น ส่งผ่านข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น (Use-it-or-lose-it principle)
การใช้เวลาและประสบการณ์ชีวิตจึงส่งผลต่อโครงสร้างของสมอง และเป็นตัวกำหนดว่าสมองของวัยรุ่นแต่ละคน จะพัฒนาไปอย่างไร เช่นในการศึกษาผู้ที่ฝึกฝนเปียโน พบสมองส่วนที่ใช้ในการควบคุมนิ้วมือมีเส้นใยที่หนาขึ้น คนขับรถแท็กซี่ในนครลอนดอน ซึ่งต้องจำเส้นทางของถนนสายต่าง ๆ มีสมองส่วนที่ควบคุมความจำใหญ่ขึ้นการที่วัยรุ่นชอบทำอะไรแปลกใหม่อยู่เสมอ ยังเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนและโครงสร้างสมอง ทำให้มีความต้องการหาสิ่งเร้าใจ แปลกใหม่ ซึ่งในเชิงวิวัฒนาการน่าจะเป็นการช่วยให้มนุษย์เราก้าวออกไปสำรวจโลกกว้าง เพี่อค้นหาเส้นทางใหม่ ๆสำหรับตนเอง แต่ในโลกปัจจุบันที่แวดล้อมไปด้วยยาเสพติด กลุ่มมิจฉาชีพ สิ่งยั่วยุ ทำให้วัยรุ่นเป็นช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหา
สมองส่วนที่ทำหน้าที่ในการแสวงหาสิ่งเร้าใหม่ ๆ เติบโตเต็มที่ ขณะที่สมองส่วนที่ทำหน้าที่ในการตัดสินใจยังไม่พัฒนาดีพอ ทำให้วัยรุ่นทำเรื่องเสี่ยง โดยไม่ค่อยคำนึงถึงผลตามมา เปรียบเสมือนรถยนต์ที่ติดเครื่องพร้อมวิ่งแล้ว แต่ไม่มีคนขับที่มีประสบการณ์คอยควบคุมทิศทาง
การศึกษาเปรียบเทียบการทำงานของสมองระหว่างวัยรุ่นกับผู้ใหญ่ พบว่า ขณะตัดสินใจ วัยรุ่นจะใช้สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า ขณะที่ผู้ใหญ่จะใช้สมองส่วนที่ทำหน้าที่คิดตัดสินใจมากกว่าวัยรุ่น ยังมีแนวโน้มจะอ่านสัญญาณทางอารมณ์ผิด เช่น เมื่อทดสอบให้อ่านอารมณ์ของคนในภาพที่กำลังมีความกลัว ก็จะตอบว่ากำลังมีอารมณ์โกรธ สับสน หรือเศร้าเสียใจ วัยรุ่นจึงอาจเข้าใจคนรอบข้างผิดได้ง่าย โดยเข้าใจว่าคนอื่นโกรธหรือไม่พอใจตน ซึ่งทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น เมื่อสมองส่วนคิดตัดสินใจมีการพัฒนาเติบโตเต็มที่ หลังอายุ 20 ปี
นอกจากนี้ การอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม ยังทำให้วัยรุ่นมีแนวโน้มทำในเรื่องที่เสี่ยงหรือเป็นอันตรายได้มากขึ้น ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ค่อย ๆ หายไปในผู้ใหญ่ สมองของวัยรุ่นยังตอบสนองต่อฤทธิ์กระตุ้นและฤทธิ์เสพติดของยาเสพติดและสุรามากกว่าผู้ใหญ่ ทำให้เสี่ยงต่อการเสพติดมากขึ้น
ในเรื่องของแรงจูงใจ เช่น การรู้จักรับผิดชอบทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จ พบว่าสมองส่วนควบคุมแรงจูงใจของวัยรุ่นทำงานน้อยกว่าในผู้ใหญ่ วัยรุ่นจึงมีแนวโน้มเลือกทำเฉพาะสิ่งที่ให้ความเร้าใจมากพอ หรือทำในสิ่งที่ไม่ต้องลงแรงมาก การชักชวนให้วัยรุ่นปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จึงต้องเน้นให้เห็นถึงประโยชน์เฉพาะหน้าที่จะได้ มากกว่าจะพูดถึงผลที่จะได้รับในระยะยาว
ในเรื่องการนอนหลับ พบว่าระบบการหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมการนอน (Melatonin) ของวัยรุ่นมีการทำงานที่ช้ากว่าในเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ ร่างกายจึงเข้าสู่ขั้นตอนการนอนหลับช้ากว่าวัยอื่น ๆ

ฮีตสิบสอง ครองสิบสี่..

ฮีตสิบสอง ครองสิบสี่
จารีตประเพณีที่คนในท้องถิ่นยึดถือปฏิบัติ ชาวมุกดาหารส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญและปฏิบัติ สืบต่อกันมาเป็นแบบชาวอีสานทั่วไปที่ยึดการดำเนินชีวิตที่เรียกว่า “ ฮีตสิบสิงครองสิบสี่ ” อันถือเป็นจารีตประเพณีของชาวมุกดาหารก็ว่าได้ฮีตสิบสองครองสิบสี่เป็นจารีตประเพณีที่ชาวจังหวัดมุกดาหารถือปฏิบัติสืบติ่กันมาเป็นเวลาช้านาน ถ้าจะพิจารณาตามเนื้อหาแล้ว จะเห็นว่า ฮีตสิบสองครองสิบสี่นี้ เป็นประหนึ่งบทบัญญัติในการควบคุมพฤติกรรมสังคมชาวมุกดาหาร เป็นการกำหนดระเบียบของสังคมที่พึงประพฤติปฏิบัติ ถ้าละเลยมิได้ประพฤติปฏิบัติ ตามฮีตสิบสองครองสิบสี่ เชื่อถือกันว่าจะเกิดอัปมงคล เกิดความพินาศล่มจมแล้วแต่กรณี คำว่า ฮีตสิบสองครองสิบสี่ แยกเป็น ๒ อย่างคือ ฮีตสิบสอง กับ ครอง(หมายถึงครรลอง) สิบสี่ ฮีตสิบสองหมายถึง ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผน ความกระพฤติที่ดีงามหรือประเพณีทำบุญ ๑๒ เดือน อันได้แก่ บุญเข้ากรรม บุญคูนลาน บุญข้าวจี่ บุญผะเหวด บุญสรงน้ำ(สงกรานต์) บุญบั้งไฟ บุญชำฮะ (ชำระ) บุญเข้าพรรษา บุญกฐินและบุญลอยกระทง ครองสิบสี่ หมายถึง ตัวบทกฎหมายโบราณเริ่มแต่ตั้งผุ้ซึ่อสตย์เป็นผู้มีอำนาจปกครองบ้านเมืองเป็นข้อแรก และคุณสมบัติคูณเมือง ๑๔ อย่างเป็นข้อสุดท้าย ตัวบทกฎหมายโบราณมีไม่มาก แต่คนโบราณก็ปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขโดยปกครองแบบพ่อปกครองลูก พี่ปกครองน้อง ในปัจจุบัน ชาวไทยได้ยอมรบนับถือพุทธศาสนาว่าเป็นศาสนาประจำจังหวัด และมีค่านิยมเกี่ยวกับการบวชพระ เมื่อมีอายุ ๒๐ ปีฮีตสิบสอง ได้แก่บุญเข้ากรรมหรือปริวาสกรรม หมายถึง การอยู่แรมคืนเพื่อชำระศีลของพระภิกษุให้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นกิจของสงฆ์โดยเฉพาะ เป็นพิธีกรรมทางศาสนาแห่งหนึ่งในอันที่จะช่วยให้พระภิกษุปราศจากมลทิน และในขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นโอกาสดีของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ที่จะได้ถือเอาโอกาสที่บำเพ็ญกุศล โดยการฝึกฝนจิตใจเจริญภาวนากรรมฐาน ซึ่งเป็นแนวทางที่จะนำชีวิตไปสู่ความสงบสุขได้อีกทางหนึ่งเดือนยี่ บุญคูณลาน เป็นการทำบุญเปิดยุ้งข้าวเพื่อเอาเคล็ดตามความเชื่อ ในช่วงนี้ทุกครัวเรือนจนเสร็จจากการเอาข้าวขึ้นยุ้ง มีการเลี้ยงพระแม่โพสพ เป็นการตอบแทนที่ทำให้ตนสามารถทำนาได้ข้าว เมื่อทำการเปิดยุ้งจึงตักข้าวจากยุ้งได้ พิธีนี้เจ้าของยุ้งจะกำหนดวันประกอบพิธีตามความเชื่อของแต่ละครอบครัวเดือน ๓บุญข้าวจี่ หลังจากเปิดยุ้งข้าวแล้ว ชาวบ้านก็จะนำข้าวที่เป็นผลผลิตนั้นมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว อุทิศให้ผีไร้ญาติจะมีการนำข้าวเหนียวจี่ชุบไข่ แล้วนำมาถวายพระ นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มน้ำอ้อยใส่ในข้าวจี่อีกด้วยเดือน ๔ บุญผะเหวด เมื่อถึงเดือน ๔ เป็นฤดูที่มีดอกไม้ตามชายทุ่ง ชายป่า แถวมุกดาหารบานสะพรั่งไปด้วยดอกคูณดอกมันปลา ดอกลำดวน ตามปกติฝนก็มีมาบ้างแล้วจักจั่น เรไรขับร้องตามชายทุ่งและชายป่าฟังเสนาะมาก มีการเขียนไว้ในหนังสือเทศน์พระมาลัยหมื่นมาลัยแสนว่า พรผู้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต คือ พระศรีอริยเมตไตรยใครอยากจะพบเห็นท่าน และร่วมในศาสนาของท่าน จะต้องไม่ฆ่าพ่อแม่ ฆ่าสมณชีพราหมณ์ ทำลายสงฆ์ให้แตกแยก และจะต้องฟังเทศน์พระเวสสันดรชาดกให้จบสิ้นภายในวันเดียว ดังนั้น ปราชญ์แห่งอีสาน เห็นว่าเป็นเรื่องดี จึงได้บรรจุบุญมหาชาตินี้ไว้ ในฮีตสิบสองครองสิบสี่ การทำบุญนี้ทำอยู่ ๓ วัน วันแรกเป็นวันเตรียมการ ผู้ชายจะช่วยกันสานไม้ไผ่เพื่อนำมาเป็นเรื่อง ผะเหวด(หรือกระแตะ) และช่วยกันมัดฟางให้เป็นนก หนู ไก่ และปลา ส่วนผู้หญิงจะเตรียมสิ่งของที่จะนำไปร่วมพิธี ได้แก่ ข้าวต้มมัด ขนมต่างๆ วันที่ ๒ ชาวบ้าน จะช่วยกันสร้างหอพระอุปคุต แล้วนำกระแตะที่สานไว้ มากั้นทำเป็นบริเวณสำหรับเทศน์มหาชาติ ในเวลาบ่ายยกเสาผะเหวด โดยนำข้าวต้มมัด กล้วย ผูกติดกับเสาไม้ไผ่ที่ลานวัดแล้วพรมน้ำหอม ผูกผืนผ้ายาวเรียกว่า “ผ้าผะเหวด ” แล้วเชิญผะเหวดเข้ามาในหมู่บ้าน บูชาด้วยดอกไม้แล้วแห่เข้าเมืองในวันที่ ๓ ตั้งแต่เช้ามืด เวลาประมาณ ๐๓.๐๐ นาฬิกา จะมีพิธีแห่ข้าวพันก้อน ในตอนสายของวันที่ ๓ จะมีการฟังเทศน์มหาชาติ และมีการแห่กัณฑ์หลอน แล้วเทศน์อัศจรรย์ และเช้าวันอันเชิญพระอุปคุต ต่อมามีการทำบุญตักบาจรเป็นเสร็จพิธีเดือนที่ ๕ บุญสงกรานต์ เป็นบุญประเพณีที่ชาวจังหวัดมุกดาหารปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปี ตอนเช้ามีพิธีตัดบาตรที่หน้าศาลากลาง เสร็จพิธีแล้วจะสรงน้ำพระพุทธรูปคู่บ้าน คือ พระพุทธสิงห์สอง จากวัดศรีบุญเรืองมาแห่รอบ ๆ เมืองเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล เสร็จพิธีสรงน้ำพระ ประชาชน ผู้เฒ่าผู้แก่ คนหนุ่มคนสาวก็จะรดน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล เสร็จพิธีสรงน้ำพระ ประชาชน ผู้เฒ่าผู้แก่ คนหนุ่มคนสาวก็จะรดน้ำกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นมีการแข่งขันกีฬาพื้นเมืองมุกดาหารต่างๆ เช่น สะบ้าชักเย่อ เป็นต้นเดือน ๖ บุญบั้งไฟ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ชาวบ้านร่วมกัน


ความคิดเห็นที่ 1 ทำ โดยเอาถ่านไฟและดินประสิวมาคั่วผสมกันตามน้ำหนักที่ต้องการ แล้วบดให้ละเอียดและกรอก ใส่กระบอกไม้ไผ่ หรือแป๊บเหล็กขนาดต่าง ๆ ตอกให้แน่น เพื่อเป็นการบูชานมัสการเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวอีสานว่าเป็นผู้สร้างฝน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ แถน ” หรือ “ พญาแถน ” อันได้แก่ พระอินทร์นั่นเอง บุญบั้งไฟมีความสำคัญในชีวิตชาวอีสาน โดยตอนกลางวันจะมีการทำบุญตักบาตร ตอนเย็นวันแรกมีการสวดมนต์ เสร็จพิธีก็เลี้ยงอาหรผู้มาร่วมงาน วันที่สองจะมีการทำบุญตักบาตร เลี้ยงพระอีกเป็นเสร็จพิธี นอกจากนี้ ยังมีพิธีของชาวภูไทย ในเดือน๖ นี้ คือ การเลี้ยงปู่ตา เพื่อให้คุ้มครองชาวผู้ไทยให้อยู่เย็นเป็นสุข และเพื่อให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล โดยมีหมอเหยาทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบพิธี และเสี่ยงทายโดยการดูคางไก่ ถ้าคางไก่ โค้งยาวดีเหมือนเคียว ทายว่าปีนี้ฝนจะดี แต่ถ้าเลี้ยงปู่ตาแล้วฝนยังไม่ตกต้องตามฤดูกาลอีก ชาวผู้ไทยจะจัดงานฉลองกันอีกครั้ง โดยการทำบั้งไฟเล็ก ๆ มาเสี่ยงทายอีกเดือน ๗ บุญชำฮะ ชำฮะ คือ ชำระ ในบัญญัติทางประเพณีข้อนี้อันเป็นการชำระสิ่งที่เป็นเสนียดจัญไร ในทำนองเอาของบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ไล่เสนียด หรือนอกจากนั้น ยังมีพิธีเลี้ยงผีตาแฮกนา เพื่อให้คุ้มครองข้าวในนา ตลอดจนบุคคลในครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุขเดือน ๘ บุญเข้าพรรษา การเข้าพรรษา คือ การอธิษฐานอยู่ประจำของพระภิกษุในที่เดียว ๓ เดือนโดยภายใน ๓ เดือน นั้น จะไปค้างคืนที่อื่นไม่ได้ ถ้าไปจะถือว่าพรรษาขาด ต้องอาบัติไปด้วย ยกเว้นมีความจำเป็นต้องใช้วิธีสัตตาหะ – กรณียะ ซึ่งจะไปได้ ๗ วัน ตามปกติ กำหนดเอาวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ และมีอนุญาตให้อธิษฐานเข้าพรรษาแรกไม่ทัน เช่นนี้เรียกว่า “ ปัจฉิมพรรษา ” คือการเข้าพรรษาหลังเดือน ๙ บุญข้าวประดับดิน เป็นบุญที่ถวายทานแก่พระสงฆ์ หรือ จัดอาหารทิ้งไว้หรือแขวนไว้ตามกิ่งไม้ เพื่อให้วิญญาณหรือผีที่เป็นญาติที่ได้รับความทุกข์ ทรมานในนรก ให้ได้รับการปลดปล่อยให้มารับส่วนกุศลนี้ จะเริ่มทำกันหลังจากที่ทำนาเสร็จเรียบร้อยแล้วเดือน ๑๐ บุญข้าวสาก (ข้าวสารท) บุญข้าวสาก เป็นบุญถวายข้าวสลากแก่พระสงฆ์ จะนำสิ่งของต่าง ๆ ที่เตรียมไว้เขียนเป็นสลากไปถวายพระสงฆ์ เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้วรวมทั้งผีไร้ญาติด้วยเดือน ๑๑ บุญออกพรรษา ในส่วนของพระนั้นการปวารณาเป็นกิจกรรมสำคัญของพระสงฆ์ ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับชาวบ้าน การออกจากการจำกัดเขต ๓ เดือน ไปพักค้างคืนนอกเขต ได้ชื่อว่าเป็นการออกพรรษา จะมีการทำบุญตัดบาตรที่วัด เป็นเสร็จพิธี ในเดือน ๑๑ จะมีการทำบุญกฐิน หลังออกพรรษา จะทำในช่วงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึง กลาง เดือน ๑๒ ท้ายฤดูเท่านั้น ทำนอกเหนือจากนี้ไม่ได้เพื่อเป็นการทำบุญถวายกฐินในพระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ครบสามเดือนอีกด้วยเดือน ๑๒ บุญลอยกระทง เป็นการทำบุญและงานรื่นเริง ขึ้น ๑๕ ค่ำ จุดประสงค์ของการทำบุญนี้ เพื่อ ๑. บูชาพระแม่คงคา ๒. ขออภัยต่อพระแม่คงคา ๓. และบูชารอยพระพุทธบาทของพระศาสดา ตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตรที่วัดตอนสายหนุ่มสาวจะทำกระทงและนำไปลอยในแม่น้ำในตอนเย็น สังเกตได้ว่าฮีตสิบสองเป็นประเพณีในรอบ ๑๒ เดือน ที่ยังปฏิบัติสืบทอดกันมาจนทุกวันนี้ครองสิบสี่ครอง เป็นคำที่ตรงกับภาษาอีสาน ว่า “ คอง ” หมายถึงแนวทาง หรือ ทำนองคลองธรรมสิบสี่ หมายถึง แนวทางที่พึงปฏิบัติ ๑๔ ข้อครองสิบสี่ หมายถึง แนวทางที่ประชาชนทั่วไปตลอดจนผู้มีหน้าที่ปกครองบ้านเมืองพึงปฏิบัติ ๑๔ ข้อ เพื่อดำรงรักษาไว้ซี่งจารีตประเพณีและทำนองคลองธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและของบ้านเมือง ซึ่งจำแนกได้ ดังนี้ ฮีตเจ้าครองขุน เป็นฮีตของพระเจ้าแผ่นดินหรือพระมหากษัตริย์ผู้ครองเมือง ที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนที่มีมาแต่โบราณ เช่น การปฏิบัติตามทศพิธราชธรรม ปกครองดูแลไพร่ฟ้าประชาชนให้อยู่เย็นเป็นสุขโดยทั่วกันฮีตเจ้าครองเพีย เป็นฮีตของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่แต่โบราณ เพื่อให้ปฏิบัติตามครองขุนหรือจารีตที่เคยปฏิบัติมา โดยยึดหลักธรรมทางศาสนา เป็นที่ตั้งอันเป็นแนวทางปกครอง โดยเป็นธรรมแก่ประชาชน ฮีตไพร่ครองนายเป็นฮีตของประชาชนทั่วไปที่พึงปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองและคำสั่งของเจ้านาย ซึ่งเป็นนายจะต้องปฏิบัติตามหน้าที่และเป็นที่พึ่งของประชาชนฮีตบ้านครองเมือง คือ การรู้จักปฏิบัติขนบธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัติในแต่ละท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวและมีการเลี้ยงชีพโดยสุจริตฮีตผัวครองเมีย คือ แนวทางที่สามีและภรรยาปฏิบัติต่อกันเพื่อให้การอยู่ร่วมกันในครอบครัวเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นปกติสุขฮีตพ่อครองแม่ คือ แนวทางที่ผู้เป็นพ่อและเป็นแม่พึงปฏิบัติต่อลูกในทางที่เป็นประโยชน์แก่ลูก นับตั้งแต่การเลี้ยงดูให้เติบใหญ่

)ความคิดเห็นที่ 2 และการแนะนำอบรมในสิ่งที่ดีงามห้ามปรามมิให้กระทำชั่วฮีตลูกครองหลาน เป็นแนวทางที่ผู้เป็นลูกและเป็นหลานพึงปฏิบัติ เช่น เคารพเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ตลอดจนให้ละเว้นการกระทำชั่ว ประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีงานให้สมกับคำที่เรียกว่าเป็นลูกแก้วหลานแก้วฮีตใภ้ครองเขย เป็นข้อปฏิบัติสำหรับผู้เป็นสะใภ้และลูกเขย ด้วยการปฏิบัติให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียมและหน้าที่ เช่น ลูกสะใภ้ต้องรักและเคารพปู่ ย่า ส่วนลูกเขยต้องรู้จักทำงาน ขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพ และทำตนให้เป็นที่รักของพ่อตาและแม่ยายฮีตป้าครองลุง เป็นข้อปฏิบัติของผู้เป็นป้า ลุง น้า อา และพี่ ซึ่งเป็นญาติอาวุโส ด้วยการวางตนให้เหมาะสม มีเมตตากรุณา และเป็นที่พึ่งของญาติพี่น้องและลูกหลานฮีตปู่ครองย่า ตาครองยาย ผู้เป็นปู่ ย่า ตา ยายา นั้น ชาวอีสานเรียกว่า พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ พ่อตู้ แม่ตู้ ซึ่งเป็นผู้ที่ลูกหลานให้ความเคารพนบถือ จึงต้องปฏิบัติตนในสิ่งที่งามและมีเมตตาธรรมฮีตเฒ่าครองแก่ เป็นข้อปฏิบัติของคนชราหรือผู้สูงอายุ ด้วยการวางตนให้เหมาะสมกับที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่โดยยึดมั่นในศีลธรรม ประพฤติตนเป็นคนดี ให้เป็นประโยชน์แก่ลูกหลานฮีตครองเดือน ได้แก่ การปฏิบัติตามจารีตประเพณีต่าง ๆ ตามที่นิยมจัดทำกันในรอบ ๑๒ เดือน ซึ่งกำหนดไว้ในฮีต ๑๒ โดยหลักทางศาสนาเป็นสำคัญ และร่วมกันจัดทำมิให้ละเลย นับว่าเป็นการปฏิบัติตามประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามฮีตไฮ่ครองนา เมื่อถึงฤดูกาลทำไร่ทำนา ก่อนลงมือทำจะมีการเลี้ยงตาแฮก คือ ทำพิธีปลูกข้าวที่ตาแฮก ด้วยการร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้ได้ผลดีทันตามฤดูการฮีตวัดครองสงฆ์ เป็นแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับวัดวาอารามและพระภิกษุสามเณร สำหรับชาวบ้านก็ต้องปฏิบัติต่อวัดและพระสงฆ์ ส่วนพระภิกษุ สามเณรก็ถือปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย

หลักการใช้คอมพิวเตอร์

หลักการใช้คอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องจะทำให้สามารถยืดอายุการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นานปัญหาที่เกิดขี้นกับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นจะมีตั้งแต่เล็กๆน้อยๆ ไปจนถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรงที่จะทำให้งานของเราที่อุตส่าห์ทำเป็นเดือนๆ หายไปได้ในพริบตา หรือไม่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์นั้นได้อีกเลย วิธีการที่ดีที่สุดในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์นั้นก็คือ ป้องกันก่อนที่มันจะเกิดขึ้น ขั้นตอนในการป้องกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการเก็บข้อมูลความสำคัญมากๆ ในเรื่องของการเก็บข้อมูล คือ ไม่ให้มีอุบัติเหตุซึ่งจะทำให้มันมีค่าที่สุด ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่เป็นอุปกรณ์ที่แพงที่สุดในเครื่องของเราก็ตามเป้าหมายของการป้องกันคือ เก็บข้อมูลของเราให้ปลอดภัย มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 1. รู้จักเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง 2. สร้างแผ่นบู๊ตฉุกเฉินขึ้นมา 3. ปรับแต่งฮาร์ดดิสก์อย่างสม่ำเสมอ 4. วางแผนในการเก็บรักษา 5. สำรองข้อมูลที่มีค่าเอาไว้ 6. ป้องกันไวรัส 7. ติดตั้งโปรแกรมไว้ที่เดิม 8. ใช้แต่ของใหม่เสมอ 9. รักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สะอาดอยู่เสมอ 10. ปิดเครื่องด้วยวิธีการที่ถูกวิธี
อ้างอิงจากเว็บ
http://itie.org/eqi/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=295